การดูแลสุขภาพช่องปากในผู้สูงวัย

การดูแลสุขภาพช่องปากในผู้สูงวัย
    การเปลี่ยนแปลงตามอายุขัย เป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญ การเสื่อมถอยลงตามวัย ของร่างกายไม่ใช่โรค หากแต่เป็นสัญญาณเตือน ให้ผู้สูงอายุต้องมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น รวมทั้งหันมาให้ความสนใจ ดูแลเอาใจใส่ สุขภาพร่างกายของตนเองให้ดียิ่งขึ้น
สูงวัย ...ช่องปากต้องดูดี
    ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่อยู่ในวัยทองนั้น โดยปกติระบบต่างๆ ของร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางเสื่อมถอย จะมากหรือน้อย ขึ้นกับสภาพแวดล้อม และพันธุกรรม ช่องปาก และฟันก็เช่นกัน เมื่อผ่านการทำหน้าที่มา ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ย่อมต้องเสื่อมโทรมลงตามกาลเวลา แต่อย่างไรก็ตาม เรายังสามารถคงสภาพปากและฟันที่ดี ที่สามารถใช้งานได้เหมาะสมกับวัย ให้อยู่กับเราได้ตลอดชีวิต ถ้าได้รับการดูแลรักษาที่ถูกวิธี และสม่ำเสมอ
โรคในช่องปากที่พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุของการสูญเสียฟัน ในผู้สูงอายุ
    โรคปริทันต์ หรือที่เรียกกันว่า รำมะนาด เกิดจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์ (ขี้ฟัน) บริเวณคอฟัน ชอบเหงือก ร่วมกับการมีหินน้ำลาย การสูบบุหรี่ หรือโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น อาการจะค่อยเป็นค่อยไป ช้าๆ จากเหงือกแดง เลือดออกง่าย เวลาแปรงฟัน มีกลิ่นปาก ถ้าเป็นมากๆ เหงือกจะบวม เป็นหนอง ฟันโยก เหงือกร่น ฟันยื่นยาว เจ็บเวลาเคี้ยวอาหาร
    โรคฟันผุ เกิดจากการที่มีอาหารพวกน้ำตาล ตกค้างในช่องปาก ทำความสะอาดไม่หมด และจุลินทรีย์บางชนิดจะเปลี่ยนแปลงน้ำตาลเหล่านี้เป็นกรด มาทำลายโครงสร้างของฟัน ฟันผุในผู้สูงอายุ มักเกิดขึ้นบริเวณซอกฟัน และรากฟัน เนื่องจากในผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่มักมีการสูญเสียฟัน ทำให้การเรียงตัวของฟันที่เหลือเปลี่ยนแปลง มีเศษอาหารติดบริเวณซอกฟันง่าย ร่วมกับมีเหงือกร่น รากฟันโผล่ เกิดการผุ ฟันเป็นรูบริเวณรากฟันได้ง่าย ถ้าทิ้งไว้ รูผุจะลึกเข้าไปในเนื้อฟันเรื่อยๆ จนถึงโพรงประสาทฟัน ทำให้เกิดการปวด บวม ควรรับไปพบทันตแพทย์ เพื่อทำการรักษาโดยการอุดฟัน ให้ทันท่วงที การป้องกัน ควรแปรงฟันให้สะอาดถูกวิธี โดยเฉพาะบริเวณซอกฟัน และคอฟัน ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีกากใย เช่น ผลไม้ เป็นอาหารว่าง ดีกว่าของหวานเหนียว เพราะตกค้าง และมีอันตรายต่อฟันน้อยกว่า

ควรไปพบทันตแพทย์เมื่อไร ?
    ควรไปหาหมอฟัน เพื่อตรวจเช็คทั้งฟันแท้ และฟันปลอมเป็นระยะ ทุก 6 เดือน การไปรับการตรวจฟันเป็นระยะๆ เพื่อให้หมอฟันช่วยแนะนำ และทำการรักษาบูรณะซ่อมแซมส่วนที่เกิดรอยโรค หรือมีความผิดปกติ ยิ่งถ้าใส่ฟันปลอมอยู่ จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องไปตรวจเช็คสม่ำเสมอ เพื่อให้หมอฟันทำการแก้ไข ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น สันเหงือกใต้ฟันปลอมยุบ จะได้แก้ไขพื้นฟันปลอมใหม่ ถ้ามีตะขอลวดอ้าง้าง ก็ปรับตะขอใหม่ เป็นต้น และข้อสำคัญเลือกใช้เครื่องมือช่วยให้ การทำความสะอาดฟันที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และเหมาะสมด้วย
การรักษาอนามัยช่องปาก
    การเลือกใช้แปรงสีฟัน นอกเหนือจากการเลือกสี ยี่ห้อ ขนาด ตามความพอใจแล้ว ควรพิจารณา
    ขนแปรง : ควรเป็นขนแปรงที่อ่อน มีสปริง หน้าตัดแปรงเรียบ ปลายมน ทำด้วยไนล่อน เพราะจะไม่ทำอันตรายต่อเหงือกและฟัน รักษาความสะอาดง่าย
    ขนาดแปรง : ควรมีความกว้าง-ยาว เหมาะกับขนาดของปาก ไม่เกะกะเวลาเข้าทำความสะอาดฟัน โดยเฉพาะฟันกรามหลัง
    ด้ามแปรง : ควรยาวพอเหมาะ ให้จับได้ถนัดมือ

การเลือกยาสีฟัน
    ควรเลือกชนิดที่เป็นครีม เพราะผงขัดไม่หยาบเท่าแบบผง เลือกกลิ่นรส ยี่ห้อได้ตามต้องการ ถ้าไม่เกิดอาการแพ้ เพราะองค์ประกอบส่วนใหญ่ของยาสีฟันในปัจจุบัน ก็คล้ายคลึงกัน และมีฟลูออไรด์เป็นองค์ประกอบ เช่นเดียวกัน
วิธีแปรงฟันที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ
    ควรวางแปรงทำมุม 45 องศา ขยับแปรง ไปมา สั้นๆ เบาๆ ในแนวนอน ให้ขนแปรงแทรกเข้าไปในขอบเหงือก และซอกหิน ปัดขนแปรงจากขอบเหงือก โดยฟันบนปัดลง ฟันล่างปัดขึ้น ด้านบดเคี้ยวถูไปมาแปรงให้ทั่วทุกซี่ ทั้งด้านในและด้านนอกแปรงฟัน 2 นาที โดยประมาณหลังแปรงฟันแล้ว อาจจะแปรงลิ้นเบาๆ ลิ้นจะได้ปราศจากการหมักหมมของกลิ่นอาหารด้วยหลังการแปรงฟัน ควรล้างแปรงสีฟันให้สะอาด สะบัดและผึ่งให้แห้ง ถ้าขนแปรงบาน ควรเปลี่ยนใหม่ ประมาณ 3 เดือนต่อ1 ด้าม
บทความโดย ทพญ.พนิดา เตชะมีนา


Copyright © 2016 Thanes Group All rights reserved.